ดูแลสุขภาพ "จุดซ่อนเร้น" อย่างตรงจุด ด้วยบริการ ตรวจภายใน อัลตราซาวด์ช่องคลอด ที่ Vanita Clinic

สวัสดีครับ ผม นายแพทย์ กัลป์กฤษณ์ พงศ์ภัทรพฤทธิ์ หรือ หมอกิม สูตินรีแพทย์ประจำ Vanita Clinic ดอนเมือง "จุดซ่อนเร้น" ของผู้หญิง เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมักถูกมองข้าม ทั้งที่ความจริงแล้ว การดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้น เป็นสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเกิดความผิดปกติขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิต ได้อย่างมาก
วันนี้ ผมจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ "การตรวจภายใน และอัลตราซาวด์ช่องคลอด" ซึ่งเป็นบริการ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้น ของผู้หญิง ได้อย่างตรงจุด พร้อมไขข้อสงสัย และให้คำแนะนำ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้หญิงทุกคน
ทำไมต้องตรวจภายใน?
การตรวจภายใน เป็นการตรวจสุขภาพ ที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิง แต่ก็เป็นเรื่องที่หลายคนอาจรู้สึกกังวล หรือไม่กล้า เข้ารับการตรวจ วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงความสำคัญ และประโยชน์ ของการตรวจภายใน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ และตระหนักถึงความจำเป็น ในการดูแลสุขภาพ ของตนเองครับ
ตรวจภายใน คืออะไร?
การตรวจภายในเป็นการตรวจสุขภาพที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิง แต่ก็เป็นเรื่องที่หลายคนอาจรู้สึกกังวลใจ หรือไม่กล้าเข้ารับการตรวจ
วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจ อธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่า "ตรวจภายในคืออะไร?" "ทำไมถึงต้องตรวจ?" "ตรวจแล้วได้ประโยชน์อะไร?" เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเอง และเข้ารับการตรวจภายในได้อย่างสบายใจครับ
การตรวจภายใน หรือ Pelvic examination เป็นการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินสุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ และอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง โดยแพทย์จะทำการตรวจ ดังนี้
ซักประวัติ: แพทย์จะสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น
ประวัติประจำเดือน เช่น อายุที่เริ่มมีประจำเดือน รอบเดือน ลักษณะประจำเดือน อาการปวดประจำเดือน ฯลฯ
ประวัติการตั้งครรภ์ เช่น เคยตั้งครรภ์มาก่อนหรือไม่ ผลการตั้งครรภ์เป็นอย่างไร เคยแท้งบุตรหรือไม่ ฯลฯ
ประวัติการเจ็บป่วย เช่น โรคประจำตัว การผ่าตัด การใช้ยา การแพ้ยา ฯลฯ
พฤติกรรมสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ฯลฯ
ประวัติการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ความถี่ การคุมกำเนิด ปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ
ประวัติครอบครัว เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งหรือไม่ ฯลฯ
ตรวจดูอวัยวะเพศภายนอก: แพทย์จะสวมถุงมือ และตรวจดูอวัยวะเพศภายนอก เพื่อสังเกตความผิดปกติ เช่น
หัวหน่าว: ดูลักษณะและการกระจายของขน
แคมใหญ่และแคมเล็ก: ดูสี ขนาด รูปร่าง ความผิดปกติ เช่น ก้อน ตุ่ม แผล การอักเสบ ฯลฯ
ช่องคลอด: ดูลักษณะและความผิดปกติ เช่น ตกขาว การอักเสบ ฯลฯ
ทวารหนัก: ดูลักษณะและความผิดปกติ เช่น ริดสีดวง แผล ฯลฯ
ตรวจภายใน: แพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า "Speculum" ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับถ่างช่องคลอด สอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อเปิดให้เห็นปากมดลูกและช่องคลอด จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจ ดังนี้
ตรวจดูช่องคลอดและปากมดลูก: แพทย์จะตรวจดูความผิดปกติ เช่น
ช่องคลอด: การอักเสบ ตกขาว การหย่อนยาน ฯลฯ
ปากมดลูก: การอักเสบ แผล เนื้องอก มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ
เก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูก: เพื่อนำไปตรวจหาความผิดปกติ เช่น
การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear): ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
การตรวจหาเชื้อ HPV: ตรวจหาเชื้อไวรัส ที่อาจทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก
ตรวจคลำ: แพทย์จะสอดนิ้วมือที่สวมถุงมือ เข้าไปในช่องคลอด พร้อมกับใช้อีกมือ กดที่หน้าท้อง เพื่อคลำตรวจ
มดลูก: ขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง ความผิดปกติ เช่น เนื้องอก ฯลฯ
รังไข่: ขนาด ตำแหน่ง ความผิดปกติ เช่น ถุงน้ำ ฯลฯ
อวัยวะอื่นๆ ในอุ้งเชิงกราน: เช่น กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
ทำไมต้องตรวจภายใน?
การตรวจภายในมีประโยชน์มากมาย ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย และรักษา ความผิดปกติ ที่อาจเกิดขึ้น กับอวัยวะสืบพันธุ์ ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งมีประโยชน์ ดังนี้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก: มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้หญิงไทย การตรวจภายในร่วมกับการตรวจแปปสเมียร์ และการตรวจหาเชื้อ HPV ช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งปากมดลูกได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งมีโอกาสรักษาหายขาดสูง
ตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์: เช่น
การอักเสบ: เช่น ช่องคลอดอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ อุ้งเชิงกรานอักเสบ ฯลฯ
เนื้องอก: เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ ฯลฯ
ถุงน้ำ: เช่น ถุงน้ำรังไข่ ช็อกโกแลตซีสต์ ฯลฯ
ความผิดปกติของมดลูกและช่องคลอด: เช่น มดลูกต่ำ ช่องคลอดหย่อน ฯลฯ
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่: เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส ฯลฯ
วินิจฉัยสาเหตุของอาการผิดปกติ: เช่น
ปวดท้องน้อย
ตกขาวผิดปกติ
เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
ปวดประจำเดือนมาก
มีปัญหาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
วางแผนครอบครัว: เช่น การใส่ห่วงอนามัย การฝังยาคุมกำเนิด
ดูแลสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์
ตรวจติดตามหลังการรักษา: เช่น หลังการผ่าตัด หรือการรักษาโรคทางระบบสืบพันธุ์
ควรตรวจภายในเมื่อไหร่?
ผู้หญิงทุกคนที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป หรือเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรตรวจภายในเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 21 ปี หากมีอาการผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์แล้ว มีตกขาวผิดปกติ ฯลฯ ก็ควรเข้ารับการตรวจ
ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว ก็ยังคงต้องตรวจภายในเป็นประจำ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น มะเร็ง เนื้องอก ฯลฯ
ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ควรตรวจภายใน เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย
ผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก ควรตรวจภายใน เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษา

ควรตรวจซ้ำทุกปีหรือตามคำแนะนำของแพทย์
หลังจากการตรวจภายในครั้งแรกแพทย์จะประเมินความเสี่ยงและแนะนำความถี่ในการตรวจ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
หากไม่มีความผิดปกติและไม่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีคู่นอนหลายคน เริ่มมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่อายุยังน้อย ฯลฯ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 1-3 ปี
หากมีความผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำทุกปีหรือบ่อยกว่านั้น
ปัจจัยที่มีผลต่อความถี่ ในการตรวจภายใน
อายุ: ผู้หญิงที่อายุมากขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบสืบพันธุ์มากขึ้น เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ ฯลฯ ดังนั้น แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจภายในบ่อยขึ้น
ประวัติการเจ็บป่วย: ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นโรคทางระบบสืบพันธุ์ เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ฯลฯ ควรตรวจภายในบ่อยขึ้น ตามคำแนะนำของแพทย์
พฤติกรรมเสี่ยง: ผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีคู่นอนหลายคน เริ่มมีเพศสัมพันธ์ ตั้งแต่อายุยังน้อย สูบบุหรี่ ฯลฯ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบสืบพันธุ์มากขึ้น ดังนั้น แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจภายในบ่อยขึ้น
ผลการตรวจครั้งก่อน: หากผลการตรวจภายในครั้งก่อนพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ ตรวจซ้ำบ่อยขึ้นเพื่อติดตามและรักษา
อาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน
สุขภาพของผู้หญิงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะ "จุดซ่อนเร้น" ซึ่งอาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ โดยที่เราไม่ทันสังเกต ดังนั้นการหมั่นสังเกตตัวเองและเข้ารับการตรวจภายในเมื่อมีอาการผิดปกติ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามครับ
วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงอาการผิดปกติต่างๆ ที่บ่งบอกว่าคุณผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจภายใน เพื่อที่จะได้ดูแลสุขภาพและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
อาการผิดปกติ ที่ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจภายใน
ตกขาวผิดปกติ
ตกขาวคือ ของเหลวที่ถูกขับออกมาจากช่องคลอด เพื่อทำความสะอาดและรักษาสมดุลของช่องคลอด โดยปกติตกขาวจะมีลักษณะใสหรือขาวขุ่น ไม่มีกลิ่น แต่หากตกขาวมีลักษณะผิดปกติ เช่น
มีปริมาณมากผิดปกติ
มีสีผิดปกติ เช่น เหลือง เขียว เทา ชมพู
มีกลิ่นเหม็น
มีลักษณะเป็นฟอง หรือเป็นก้อน
มีอาการคัน หรือระคายเคือง ร่วมด้วย
อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือความผิดปกติอื่นๆ เช่น ช่องคลอดอักเสบ มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ
เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
เลือดออกทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติ เช่น
เลือดออก หลังมีเพศสัมพันธ์
เลือดออกกะปริดกะปรอย
เลือดออก ในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน
ประจำเดือนมามากผิดปกติ
ประจำเดือนมานานผิดปกติ
มีเลือดออก หลังหมดประจำเดือน
อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ฯลฯ
ปวดท้องน้อย
อาการปวดท้องน้อยอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
ปวดท้องน้อย ขณะมีประจำเดือน: อาจเกิดจาก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือ ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน
ปวดท้องน้อยเรื้อรัง: อาจเกิดจาก เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ ฯลฯ
ปวดท้องน้อย ขณะมีเพศสัมพันธ์: อาจเกิดจาก ช่องคลอดอักเสบ มดลูกต่ำ ฯลฯ
ปวดประจำเดือนมาก
อาการปวดประจำเดือน เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญแต่หากปวดมากผิดปกติจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เนื้องอกมดลูก ฯลฯ
มีปัญหาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
เจ็บ ขณะมีเพศสัมพันธ์
มีเลือดออก หลังมีเพศสัมพันธ์
ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้
อาจเป็นสัญญาณของช่องคลอดอักเสบ มดลูกต่ำ ฯลฯ
มีก้อนในท้องน้อยที่คลำได้
อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ ฯลฯ
มีประจำเดือนผิดปกติ
ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
ประจำเดือนขาดหายไป
ประจำเดือนมามาก หรือนานเกินไป
อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของฮอร์โมนกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ ฯลฯ
มีอาการผิดปกติอื่นๆ
มีไข้
หนาวสั่น
คลื่นไส้ อาเจียน
ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด
อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์หรืออุ้งเชิงกราน
เมื่อไรควรพบแพทย์?
หากมีอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมอย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง เพราะอาจทำให้การรักษายากขึ้นและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
การตรวจภายในเจ็บไหม?
Vanita Clinic ทีมแพทย์เราเข้าใจว่าผู้หญิงหลายคนกังวล และกลัว ว่าการตรวจภายในจะเจ็บ จนทำให้ไม่กล้าเข้ารับการตรวจ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะการตรวจภายในเป็นการตรวจสุขภาพที่สำคัญมาก สามารถช่วยตรวจพบ และป้องกันโรคต่างๆ ได้
คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว การตรวจภายในมักไม่เจ็บ อาจรู้สึกไม่สบาย หรือตึงๆ บ้าง ในบางขั้นตอน เช่น ตอนที่แพทย์สอดเครื่องมือ หรือคลำตรวจ แต่ความรู้สึกนี้ จะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ และไม่รุนแรง
ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้สึกขณะตรวจภายใน
ความวิตกกังวล: หากคนไข้รู้สึกวิตกกังวลหรือกลัว อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็ง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายมากขึ้น
ประสบการณ์ของแพทย์: แพทย์ที่มีประสบการณ์ จะสามารถตรวจได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว ทำให้คนไข้รู้สึกไม่สบายน้อยลง
ขนาดของเครื่องมือ: แพทย์จะเลือกขนาดของเครื่องมือให้เหมาะสมกับสรีระ ของคนไข้แต่ละคน
การใช้เจลหล่อลื่น: แพทย์จะใช้เจลหล่อลื่น เพื่อช่วยให้การสอดเครื่องมือเป็นไปอย่างราบรื่น
เทคนิคช่วยให้ตรวจภายในสบายขึ้น
ผ่อนคลาย: พยายามผ่อนคลาย หายใจเข้าลึกๆ และไม่เกร็ง กล้ามเนื้อ
สื่อสารกับแพทย์: หากรู้สึกเจ็บ หรือไม่สบาย ให้บอกแพทย์ ทันที แพทย์จะได้ ปรับวิธีการตรวจ ให้เหมาะสม
เลือกแพทย์ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ: หากรู้สึกกังวล หรือประหม่า อาจเลือกแพทย์ผู้หญิง หรือแพทย์ ที่เคยตรวจด้วย แล้วรู้สึกสบายใจ
พาเพื่อนหรือญาติไปด้วย: การมีเพื่อน หรือญาติ ที่ไว้ใจ ไปด้วย อาจช่วยให้ รู้สึกผ่อนคลาย และอุ่นใจ มากขึ้น
เตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจภายใน?
เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม
ไม่ควรตรวจในช่วงที่มีประจำเดือน: เพราะเลือดประจำเดือน อาจรบกวนการมองเห็น ของแพทย์ทำให้ตรวจได้ไม่ละเอียด
ควรตรวจหลังจากประจำเดือนหมดประมาณ 1 สัปดาห์: ช่วงนี้ปากมดลูกจะปิด และมูกในช่องคลอดจะมีปริมาณน้อยซึ่งจะทำให้การตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดูแลความสะอาด
งดการมีเพศสัมพันธ์ 24-48 ชั่วโมงก่อนการตรวจ: เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อ
งดการสวนล้างช่องคลอด 24-48 ชั่วโมงก่อนการตรวจ: การสวนล้างช่องคลอด อาจทำให้แบคทีเรียที่ดีในช่องคลอดถูกชะล้างออกไป และอาจทำให้ผลการตรวจผิดเพี้ยนได้
ทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอก ด้วยน้ำเปล่าและสบู่อ่อนๆ ก่อนการตรวจ
เตรียมร่างกายให้พร้อม
ควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนการตรวจ: กระเพาะปัสสาวะที่เต็ม อาจทำให้รู้สึกไม่สบายขณะตรวจ
ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและถอดง่าย: เช่น กระโปรง หรือกางเกง ที่หลวมๆ
หากรู้สึกกังวล หรือประหม่า อาจลองฝึกหายใจเข้าลึกๆ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย
เตรียมใจให้พร้อม
ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจ: การรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขณะตรวจอาจช่วยลดความกังวลและความกลัวได้
เตรียมคำถาม ที่ต้องการสอบถามแพทย์: จดบันทึกคำถามที่ต้องการสอบถาม เกี่ยวกับสุขภาพหรือการตรวจ เพื่อจะได้ไม่ลืม
แจ้งแพทย์ หากมีโรคประจำตัว การแพ้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์
Vanita Clinic ดอนเมือง ใส่ใจในสุขภาพ ของผู้หญิงทุกคน
ที่ Vanita Clinic ดอนเมือง เรามีความมุ่งมั่น ที่จะให้บริการด้านสุขภาพผู้หญิงอย่างครบวงจร ด้วยมาตรฐานและความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: เรามีทีมแพทย์สูตินรีเวชที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
เทคโนโลยีที่ทันสมัย: เราเลือกใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ได้มาตรฐาน เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย ในการตรวจวินิจฉัยและรักษา
บรรยากาศเป็นกันเอง: เราให้บริการในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง เพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจตลอดการรับบริการ
บริการที่ครบวงจร: เรามีบริการด้านสูตินรีเวชอย่างครบวงจร ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การตรวจคัดกรองมะเร็ง การฉีดวัคซีน การวางแผนครอบครัว การดูแลตั้งครรภ์ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพและความงาม
ติดต่อสอบถาม หรือนัดหมาย
💭 ทักแชท m.me/100086536400472
💬 Line : @vanitaclinic (มี@) หรือกด https://lin.ee/SZilE2C
☎️ TEL : 063-263-2929
🌐 Website: https://www.vanitaclinic.com
📍 Location: https://g.co/kgs/PG1v1bT
FAQ
1. การตรวจภายใน คืออะไร?
การตรวจภายใน คือ การตรวจร่างกาย เพื่อประเมินสุขภาพ ของอวัยวะสืบพันธุ์ และอุ้งเชิงกราน ของผู้หญิง โดยแพทย์จะสอดนิ้วมือ และเครื่องมือ เข้าไปในช่องคลอด เพื่อตรวจดู ปากมดลูก ช่องคลอด มดลูก รังไข่ ฯลฯ
2. ทำไมต้องตรวจภายใน?
การตรวจภายใน มีประโยชน์ มากมาย เช่น
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ตรวจหาความผิดปกติ ของอวัยวะสืบพันธุ์
วินิจฉัยสาเหตุ ของอาการผิดปกติ
วางแผนครอบครัว
ดูแลสุขภาพ ก่อนการตั้งครรภ์
3. ใครบ้างที่ควรตรวจภายใน?
ผู้หญิงทุกคน ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไป หรือ เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรตรวจภายใน เป็นประจำ อย่างน้อยปีละครั้ง
ผู้หญิง ที่อายุน้อยกว่า 21 ปี หากมีอาการผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยง ก็ควรเข้ารับการตรวจ
ผู้หญิง ที่หมดประจำเดือนแล้ว ก็ยังคงต้องตรวจภายใน เป็นประจำ
4. ควรตรวจภายในเมื่อไหร่?
เริ่มตรวจ เมื่ออายุ 21 ปี หรือ เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้ว
ตรวจซ้ำ ทุกปี หรือ ตามคำแนะนำ ของแพทย์
5. การตรวจภายใน เจ็บไหม?
โดยทั่วไปแล้ว การตรวจภายใน มักไม่เจ็บ อาจรู้สึกไม่สบาย หรือตึงๆ บ้าง ในบางขั้นตอน แต่แพทย์ จะมีความระมัดระวัง และพยายามทำให้ คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย มากที่สุด
6. เตรียมตัวอย่างไร ก่อนตรวจภายใน?
งดการมีเพศสัมพันธ์ 24-48 ชั่วโมงก่อนการตรวจ
งดการสวนล้างช่องคลอด 24-48 ชั่วโมงก่อนการตรวจ
ไม่ควรตรวจ ในช่วงที่มีประจำเดือน
ควรปัสสาวะ ให้เรียบร้อย ก่อนการตรวจ
เตรียมคำถาม ที่ต้องการสอบถามแพทย์
7. Vanita Clinic ดอนเมือง มีบริการอะไรบ้าง?
Vanita Clinic ให้บริการด้านสูตินรีเวช ครบวงจร เช่น
ตรวจภายใน
ตรวจอัลตราซาวด์ช่องคลอด
ตรวจมะเร็งปากมดลูก
ฉีดวัคซีน HPV
วางแผนครอบครัว
ดูแลการตั้งครรภ์
8. Vanita Clinic มีข้อดีอย่างไร?
ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เทคโนโลยีที่ทันสมัย
บรรยากาศเป็นกันเอง
บริการที่ครบวงจร
9. ติดต่อ Vanita Clinic ได้อย่างไร?
💭 ทักแชท m.me/100086536400472
💬 Line : @vanitaclinic (มี@) หรือกด https://lin.ee/SZilE2C
☎️ TEL : 063-263-2929
🌐 Website: https://www.vanitaclinic.com
📍 Location: https://g.co/kgs/PG1v1bT
