บริษัท วนิตา จำกัด อยู่ในโครงการ JW urban home office เลขที่ 555/27-28 ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Vanitaงานที่23-SEOไขความลับมีบุตรยาก
Vanita%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%8823-SEO%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81

สวัสดีครับ ผม นพ.สิฐนันท์ ธนินทรานนท์ หรือ หมอหมิง สูตินรีแพทย์ประจำ Vanita Clinic คลินิกสูตินรีเวชกรรม ดอนเมือง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่ามีคู่รักจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับปัญหา "มีบุตรยาก" ซึ่งเป็นภาวะที่ละเอียดอ่อนและสร้างความกังวลใจได้มาก แต่ในปัจจุบันนี้ ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้มีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้กับคู่รักที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้

ในฐานะสูตินรีแพทย์ ผมขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยไขความลับ เจาะลึกทุกแง่มุมของภาวะมีบุตรยาก ตั้งแต่สาเหตุ การวินิจฉัย ไปจนถึงเทคนิคการรักษาที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกท่านมีความเข้าใจที่ถูกต้อง และพร้อมรับมือกับปัญหา

ทำความรู้จักกับภาวะ "มีบุตรยาก"

ก่อนอื่นเลย ผมขออธิบายให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า "ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)" หมายถึง ภาวะที่คู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ โดยไม่ได้คุมกำเนิด แต่ไม่สามารถมีบุตรได้ภายใน 1 ปี จากสถิติ พบในคู่สมรสประมาณ 10-15% และปัญหาอาจเกิดจากฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่าย

medium-shot-sad-couple-couch

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก?

อย่างที่ทราบกันดีว่า ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสร้างความกังวลใจให้กับคู่รักหลายคู่ แต่รู้หรือไม่ครับว่า มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะมีบุตรยาก

วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้ทุกท่านสามารถประเมินความเสี่ยงของตนเองได้ และหากพบว่าตนเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็จะได้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างทันท่วงที

ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง

  • อายุ อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในผู้หญิง ยิ่งอายุมากขึ้น จำนวนและคุณภาพของไข่ก็จะยิ่งลดลง ทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติจะลดลงอย่างมาก

  • ประวัติการมีประจำเดือนผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมาน้อย หรือไม่มีประจำเดือนเลย ซึ่งอาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ หรือความผิดปกติของฮอร์โมน

  • ประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ฯลฯ อาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์

  • พฤติกรรมสุขภาพ

    • การสูบบุหรี่ สารพิษในบุหรี่ ส่งผลเสียต่อรังไข่ และทำให้ไข่เสื่อมเร็วขึ้น

    • การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาจรบกวนการตกไข่ และลดคุณภาพของไข่

    • การใช้สารเสพติด สารเสพติด ส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์ และอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

    • การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง หรือขาดสารอาหาร อาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน และระบบสืบพันธุ์

    • การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือต่ำเกินไป ภาวะน้ำหนักเกิน หรือน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ อาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน และรบกวนการตกไข่

  • ประวัติการผ่าตัด การผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน เช่น การผ่าตัดรังไข่ การผ่าตัดมดลูก การผ่าตัดท่อนำไข่ ฯลฯ อาจทำให้เกิดพังผืด หรือทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์

  • การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน หนองในเทียม ฯลฯ อาจทำให้เกิดการอักเสบในอุ้งเชิงกราน และส่งผลต่อท่อนำไข่

  • ประวัติการได้รับรังสี การได้รับรังสีรักษา หรือการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด อาจส่งผลเสียต่อรังไข่ และทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก

  • พันธุกรรม ในบางกรณี ภาวะมีบุตรยากอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม โรคทางพันธุกรรม ฯลฯ

ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย

  • อายุ แม้ว่าอายุจะมีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิง แต่อายุที่มากขึ้นก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิได้

  • ประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ คางทูม ฯลฯ อาจส่งผลต่อการสร้างอสุจิ

  • พฤติกรรมสุขภาพ เช่นเดียวกับในฝ่ายหญิง การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือต่ำเกินไป ฯลฯ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพของอสุจิ

  • ประวัติการผ่าตัด การผ่าตัดในบริเวณอัณฑะ หรือถุงอัณฑะ เช่น การผ่าตัดไส้เลื่อน การผ่าตัด varicocele ฯลฯ อาจส่งผลต่อการสร้างอสุจิ

  • การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ อาจทำให้เกิดการอักเสบในระบบสืบพันธุ์ และส่งผลต่อการสร้างอสุจิ

  • ประวัติการได้รับรังสี เช่นเดียวกับในฝ่ายหญิง การได้รับรังสีรักษา หรือการสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด อาจส่งผลเสียต่อการสร้างอสุจิ

  • พันธุกรรม ในบางกรณี ภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชายอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้คือ การตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การงดสูบบุหรี่ และการงดดื่มแอลกอฮอล์ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากได้

สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

ภาวะมีบุตรยาก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และอาจเกิดจากฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกันก็ได้ วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงสาเหตุต่างๆ ของภาวะมีบุตรยากแบบละเอียด เพื่อให้ทุกท่านมีความเข้าใจ และสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง

uncomfortable-woman-sits-bed-has-medicine-table
  • ปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่

การตกไข่ (Ovulation) คือ กระบวนการที่รังไข่ปล่อยไข่ที่เจริญเต็มที่ออกมา เพื่อรอการปฏิสนธิ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ ก็จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ลดลง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome: PCOS): เป็นภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก และมีการผลิตฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อการตกไข่ ทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีประจำเดือน

  • ภาวะไข่ไม่ตก (Anovulation): รังไข่ไม่สามารถผลิตไข่ได้ หรือผลิตไข่ได้ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมน Prolactin สูง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ฯลฯ

  • ภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัย (Premature Ovarian Failure): รังไข่หยุดทำงานก่อนอายุ 40 ปี ทำให้ไม่มีการผลิตไข่ และไม่มีประจำเดือน

  • ความผิดปกติของฮอร์โมน: เช่น ฮอร์โมน FSH และ LH ผิดปกติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตกไข่

  • ปัญหาอื่นๆ: เช่น เนื้องอกในรังไข่ การติดเชื้อในรังไข่ การได้รับยาเคมีบำบัด การฉายแสง ฯลฯ

  • ปัญหาเกี่ยวกับท่อนำไข่

ท่อนำไข่ (Fallopian tube) เป็นท่อที่เชื่อมระหว่างรังไข่ และมดลูก ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของไข่ และอสุจิ รวมถึงเป็นสถานที่ที่เกิดการปฏิสนธิ หากท่อนำไข่มีปัญหา ก็จะทำให้อสุจิไม่สามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้ หรือตัวอ่อนไม่สามารถเดินทางเข้าสู่โพรงมดลูกได้ ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ท่อนำไข่อุดตัน: อาจเกิดจากการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน เช่น หนองใน หนองในเทียม หรือเกิดจากพังผืด จากการผ่าตัด หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  • ท่อนำไข่ผิดปกติ: เช่น ท่อนำไข่ตีบ ท่อนำไข่บิด ฯลฯ ทำให้การเคลื่อนที่ของไข่หรือตัวอ่อนผิดปกติ

  • Hydrosalpinx: เป็นภาวะที่ท่อนำไข่มีน้ำขัง ซึ่งอาจส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน

  • ปัญหาเกี่ยวกับมดลูก

มดลูก (Uterus) เป็นอวัยวะที่ตัวอ่อนฝังตัว และเจริญเติบโต หากมดลูกมีปัญหา ก็อาจทำให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้ หรือเกิดการแท้งบุตร ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • เนื้องอกในมดลูก: เช่น เนื้องอกมดลูกชนิดกล้ามเนื้อ เนื้องอกมดลูกชนิดเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งอาจทำให้โพรงมดลูกผิดรูป หรือรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

  • โพรงมดลูกผิดปกติ: เช่น โพรงมดลูกมีผนังกั้น โพรงมดลูกมีรูปร่างผิดปกติ ฯลฯ ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้

  • เยื่อบุโพรงมดลูกบาง: ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยาก

  • Asherman's syndrome: เป็นภาวะที่เกิดพังผืดในโพรงมดลูก ทำให้โพรงมดลูกตีบ หรือปิด

  • ปัญหาเกี่ยวกับปากมดลูก

ปากมดลูก (Cervix) เป็นส่วนล่างของมดลูก ที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอสุจิ หากปากมดลูกมีปัญหา ก็อาจทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกได้ ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปากมดลูกตีบ: ทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกได้

  • ปากมดลูกสร้างมูกที่ไม่เหมาะสม: เช่น มูกเหนียวเกินไป หรือมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้อสุจิไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านได้

  • การติดเชื้อที่ปากมดลูก: อาจทำให้เกิดการอักเสบ และส่งผลต่อคุณภาพของมูกปากมดลูก

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูก ไปเจริญเติบโตนอกโพรงมดลูก เช่น ที่รังไข่ ท่อนำไข่ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดพังผืด ปวดประจำเดือน และมีบุตรยาก

  • ปัจจัยอื่นๆ

เช่น อายุ ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือต่ำเกินไป ฯลฯ

สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย

upset-man-having-problem-sitting-bed-after-arguing-with-his-girlfriend(1)

  • ปัญหาเกี่ยวกับการสร้างอสุจิ

อสุจิ (Sperm) มีบทบาทสำคัญในการปฏิสนธิ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการสร้างอสุจิ ก็จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ลดลง ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • จำนวนอสุจิน้อย (Oligospermia): มีจำนวนอสุจิในน้ำอสุจิน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน การติดเชื้อ varicocele ฯลฯ

  • อสุจิเคลื่อนไหวไม่ดี (Asthenospermia): อสุจิเคลื่อนที่ช้า หรือเคลื่อนที่แบบผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของรูปร่างอสุจิ หรือความผิดปกติของสารเคมีในน้ำอสุจิ

  • รูปร่างอสุจิผิดปกติ (Teratospermia): อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ เช่น หัวเล็ก หางสั้น ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ได้

  • ไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิ (Azoospermia): ไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิเลย ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตันของท่อนำอสุจิ ความผิดปกติของการสร้างอสุจิ ฯลฯ

  • ปัญหาเกี่ยวกับการลำเลียงอสุจิ

    • ท่อนำอสุจิอุดตัน: เกิดจากการติดเชื้อ พังผืด หรือการผ่าตัด ทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านออกไปได้

    • การหลั่งอสุจิย้อนกลับ (Retrograde Ejaculation): อสุจิไหลย้อนกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ แทนที่จะหลั่งออกมาทางท่อปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากการผ่าตัด โรคเบาหวาน หรือการใช้ยาบางชนิด

  • ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน

    • ฮอร์โมนเพศชายต่ำ: อาจส่งผลต่อการสร้างอสุจิ

  • หลอดเลือดอัณฑะขอด (Varicocele)

เป็นภาวะของอาการกลุ่มหลอดเลือดดำของอัณฑะเกิดการพองตัวหรือขอด ทำให้สังเกตเห็นว่าถุงอัณฑะข้างหนึ่งโต หรือมีอาการปวดหน่วงๆ ที่อัณฑะข้างใดข้างหนึ่งเป็นครั้งคราว มักเป็นที่อัณฑะข้างซ้าย เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิทำให้มีบุตรยากได้ 

  • ปัจจัยอื่นๆ

เช่น ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ การมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือต่ำเกินไป การได้รับรังสี การสัมผัสกับสารเคมี ฯลฯ

สาเหตุของภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ

ในบางกรณี แพทย์อาจไม่สามารถระบุสาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้ ซึ่งเรียกว่า "ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ" (Unexplained infertility)

การวินิจฉัยสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก เป็นขั้นตอนสำคัญ ที่จะช่วยให้แพทย์ สามารถระบุสาเหตุของปัญหา และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ซึ่งโดยทั่วไป การวินิจฉัยจะประกอบไปด้วย การซักประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

วันนี้ ผมจะมาอธิบายถึงขั้นตอนต่างๆ ในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากแบบละเอียด เพื่อให้ทุกท่านมีความเข้าใจ และคลายความกังวลใจ

20240522173854

1. การซักประวัติ

การซักประวัติ เป็นขั้นตอนแรก และเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะสอบถามข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ

  • ประวัติการมีประจำเดือน

เช่น อายุที่เริ่มมีประจำเดือน รอบเดือน ลักษณะประจำเดือน อาการปวดประจำเดือน ฯลฯ

  • ประวัติการตั้งครรภ์

เช่น เคยตั้งครรภ์มาก่อนหรือไม่ ผลการตั้งครรภ์เป็นอย่างไร เคยแท้งบุตรหรือไม่ ฯลฯ

  • ประวัติการเจ็บป่วย

เช่น โรคประจำตัว การผ่าตัด การใช้ยา การแพ้ยา ฯลฯ

  • พฤติกรรมสุขภาพ

เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้สารเสพติด การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ฯลฯ

  • ประวัติการมีเพศสัมพันธ์

เช่น ความถี่ การหลั่งอสุจิ ปัญหาในการมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ

  • ประวัติครอบครัว

เช่น มีประวัติคนในครอบครัวมีบุตรยากหรือไม่ มีประวัติโรคทางพันธุกรรมหรือไม่ ฯลฯ

2. การตรวจร่างกาย

หลังจากซักประวัติแล้ว แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินสุขภาพทั่วไป และตรวจดูอวัยวะสืบพันธุ์

  • ในฝ่ายหญิง

แพทย์จะตรวจภายใน เพื่อประเมินสภาพของ ปากมดลูก ช่องคลอด มดลูก และรังไข่ อาจมีการตรวจเต้านม และตรวจต่อมไทรอยด์ร่วมด้วย

  • ในฝ่ายชาย

แพทย์จะตรวจอัณฑะ และท่อปัสสาวะ เพื่อดูความผิดปกติ

3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นการตรวจเพิ่มเติม เพื่อช่วยยืนยัน หรือหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ซึ่งมีหลายวิธี เช่น

  • การตรวจเลือด

    • ในฝ่ายหญิง

ตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ เช่น FSH, LH, Prolactin, Estradiol, Progesterone, ฮอร์โมนไทรอยด์ ฯลฯ เพื่อประเมินการทำงานของรังไข่ และระบบต่อมไร้ท่อ

  • ในฝ่ายชาย

ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย เช่น Testosterone และฮอร์โมนอื่นๆ เช่น FSH, LH Prolactin ฯลฯ เพื่อประเมินการทำงานของอัณฑะ และระบบต่อมไร้ท่อ

  • ตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อ

เช่น HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบ ฯลฯ

  • การตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ (Semen analysis)

เป็นการตรวจที่สำคัญมากในฝ่ายชาย เพื่อประเมินคุณภาพของน้ำอสุจิ โดยจะตรวจดู

  • ปริมาณน้ำอสุจิ: ควรมีปริมาณ 1.5 มิลลิลิตรขึ้นไป

  • ความเข้มข้นของอสุจิ: ควรมีอสุจิอย่างน้อย 15 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร

  • การเคลื่อนไหวของอสุจิ: ควรมีอสุจิที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างน้อย 40%

  • รูปร่างของอสุจิ: ควรมีอสุจิที่มีรูปร่างปกติอย่างน้อย 4%

  • ความเป็นกรด-ด่าง: ควรมีค่า pH 7.2-8.0

  • จำนวนเม็ดเลือดขาว: ไม่ควรมีเม็ดเลือดขาวในน้ำอสุจิมากเกินไป

  • อัลตราซาวนด์

เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง สร้างภาพของอวัยวะภายใน เพื่อตรวจดูความผิดปกติของ

  • ในฝ่ายหญิง: รังไข่ มดลูก ท่อนำไข่ และอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

  • ในฝ่ายชาย: อัณฑะ และต่อมลูกหมาก

  • การถ่ายภาพรังสี

    • การฉีดสีตรวจท่อนำไข่ Hysterosalpingography (HSG) เป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในโพรงมดลูก และท่อนำไข่ เพื่อตรวจดูความผิดปกติ เช่น ท่อนำไข่อุดตัน โพรงมดลูกผิดรูป ฯลฯ

  • การส่องกล้อง

เป็นการใช้กล้องขนาดเล็ก สอดเข้าไปในร่างกาย เพื่อตรวจดูอวัยวะภายใน

  • การส่องกล้องตรวจช่องท้อง (Laparoscopy)

ส่องกล้องเข้าไปในช่องท้อง เพื่อตรวจดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ฯลฯ

  • การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) 

ส่องกล้องเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อตรวจดูความผิดปกติ เช่น เนื้องอก พังผืด ฯลฯ

  • การตรวจอื่นๆ 

เช่น การตรวจโครโมโซม การตรวจภูมิคุ้มกัน การตรวจชิ้นเนื้อ ฯลฯ ในกรณีที่จำเป็น

การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ และคนไข้ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจเพิ่มเติม ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และแม่นยำ ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

เทคนิคการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ในปัจจุบัน มีเทคนิคการรักษาภาวะมีบุตรยากมากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้กับคู่รักได้เป็นอย่างดี การเลือกวิธีการรักษา จะขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ความรุนแรงของปัญหา สุขภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล

วันนี้ ผมจะมาอธิบายถึงเทคนิคต่างๆ ในการรักษาภาวะมีบุตรยากแบบละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกท่าน ในการตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ในบางกรณี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ เช่น

  • ควบคุมน้ำหนัก: การมีน้ำหนักตัวมากเกินไป หรือต่ำเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน และรบกวนการตกไข่ ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารที่มีไขมันสูง และน้ำตาลสูง

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดความเครียด และควบคุมน้ำหนัก ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพ และภาวะเจริญพันธุ์

  • งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์: สารพิษในบุหรี่ และแอลกอฮอล์ ส่งผลเสียต่อระบบสืบพันธุ์ ทั้งในฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย

  • ลดความเครียด: ความเครียด อาจส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน และรบกวนการตกไข่ ดังนั้น การจัดการความเครียด จึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ: โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้หญิงมีการตกไข่ ซึ่งโดยทั่วไป คือ ช่วงกลางของรอบเดือน

2. การรักษาด้วยยา

  • ยากระตุ้นการตกไข่: ใช้ในกรณีที่ผู้หญิงมีปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่ เช่น

    • Clomiphene citrate: เป็นยากิน ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน FSH และ LH ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ และการตกไข่

    • Letrozole: เป็นยากิน ที่ช่วยยับยั้งการสร้างฮอร์โมน Estrogen ซึ่งจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน FSH มากขึ้น และกระตุ้นการตกไข่

    • Gonadotropins: เป็นยาฉีด ที่ประกอบด้วยฮอร์โมน FSH และ LH ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ และการตกไข่ โดยตรง

  • ยาปรับฮอร์โมน: ใช้ในกรณีที่ผู้หญิงหรือผู้ชายมีปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น

    • ยาคุมกำเนิด: ใช้ในการปรับรอบเดือน และรักษาภาวะ PCOS

    • ฮอร์โมนทดแทน: ใช้ในกรณีที่ร่างกายผลิตฮอร์โมน Estrogen หรือ Progesterone ไม่เพียงพอ

    • ยาอื่นๆ: เช่น Bromocriptine ใช้ในการรักษาภาวะ Prolactin สูง ซึ่งอาจทำให้มีบุตรยาก

  • ยาปฏิชีวนะ: ใช้ในกรณีที่มีการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์

3. การผ่าตัด

  • ผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopy): เป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยเจาะรูเล็กๆ ที่บริเวณหน้าท้อง เพื่อสอดกล้อง และเครื่องมือผ่าตัดเข้าไป ใช้ในการรักษาปัญหาต่างๆ เช่น

    • ท่อนำไข่อุดตัน: แพทย์จะทำการเปิดท่อนำไข่ หรือตัดส่วนที่อุดตันออก

    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่: แพทย์จะทำการตัด หรือจี้ เนื้อเยื่อเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ออก

    • ถุงน้ำรังไข่: แพทย์จะทำการตัดถุงน้ำออก

    • พังผืดในอุ้งเชิงกราน: แพทย์จะทำการตัดพังผืดออก

  • ผ่าตัดมดลูก (Hysteroscopy): เป็นการส่องกล้องเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อตรวจ และรักษาความผิดปกติ เช่น

    • เนื้องอกในมดลูก: แพทย์จะทำการตัดเนื้องอกออก

    • ผนังกั้นโพรงมดลูก: แพทย์จะทำการตัดผนังกั้นออก

    • พังผืดในโพรงมดลูก: แพทย์จะทำการตัดพังผืดออก

  • การผ่าตัดอื่นๆ: เช่น

    • การผ่าตัดแก้ไขภาวะไส้เลื่อนที่ทำให้ลูกอัณฑะไม่ลงถุงอัณฑะ: ในฝ่ายชาย

    • การผ่าตัดแก้ไข varicocele: ในฝ่ายชาย

4. เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology: ART)

466027375536535409241001628201195257796923n

เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยมีหลายวิธี เช่น

  • การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (Intrauterine Insemination: IUI)

เป็นการนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในช่วงที่ผู้หญิงมีการตกไข่ เหมาะสำหรับ

  • ผู้หญิงที่มีท่อนำไข่ปกติ แต่ผู้ชายมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำอสุจิเล็กน้อย

  • คู่สมรสที่ไม่ทราบสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก

  • การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (In Vitro Fertilization: IVF) หรือ เด็กหลอดแก้ว

เป็นการนำไข่ และอสุจิมาปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ในห้องปฏิบัติการ แล้วนำตัวอ่อนที่ได้ไปฝังตัวในโพรงมดลูก เหมาะสำหรับ

  • ผู้หญิงที่มีท่อนำไข่อุดตัน

  • ผู้ชายที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำอสุจิรุนแรง

  • คู่สมรสที่รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล

  • การฉีดอสุจิเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง (Intracytoplasmic Sperm Injection: ICSI)

เป็นการนำอสุจิเพียงตัวเดียว ฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรง แล้วนำตัวอ่อนที่ได้ไปฝังตัวในโพรงมดลูก เหมาะสำหรับ

  • ผู้ชายที่มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำอสุจิรุนแรงมาก เช่น จำนวนอสุจิน้อยมาก หรืออสุจิเคลื่อนไหวไม่ได้

  • เทคนิคอื่นๆ
    • การเลี้ยงตัวอ่อน (Embryo culture)

เป็นการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ ก่อนนำไปฝังตัวในโพรงมดลูก

  • การแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo freezing)

เป็นการแช่แข็งตัวอ่อน เพื่อเก็บรักษาไว้ใช้ในอนาคต

  • การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (Preimplantation genetic testing: PGT)

เป็นการตรวจโครโมโซมของตัวอ่อน ก่อนนำไปฝังตัวในโพรงมดลูก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคทางพันธุกรรม

การเลือกวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเหมาะสม และโอกาสความสำเร็จในการรักษา

ที่ Vanita Clinic ดอนเมือง เรามีทีมแพทย์สูตินรีเวชผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำปรึกษา และดูแลรักษาภาวะมีบุตรยากอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายจองคิว #ปรึกษาคุณหมอวันนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

💭 ทักแชท m.me/100086536400472

💬 Line : @‌vanitaclinic (มี@) หรือกด https://lin.ee/SZilE2C

☎️ TEL : 063-263-2929

🌐 Website: https://www.vanitaclinic.com

📍 Location: https://g.co/kgs/PG1v1bT

FAQ

1. ภาวะมีบุตรยากคืออะไร?

ภาวะมีบุตรยาก หมายถึง ภาวะที่คู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ โดยไม่ได้คุมกำเนิด แต่ไม่สามารถมีบุตรได้ภายใน 1 ปี

2. ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก?

ปัจจัยเสี่ยงมีบุตรยาก มีทั้งในฝ่ายหญิงและชาย เช่น อายุ โรคประจำตัว พฤติกรรมสุขภาพ ประวัติการผ่าตัด ฯลฯ

3. สาเหตุของภาวะมีบุตรยากมีอะไรบ้าง?

สาเหตุมีบุตรยาก มีความหลากหลาย เช่น ปัญหาการตกไข่ ท่อนำไข่อุดตัน มดลูกผิดปกติ อสุจิผิดปกติ ฯลฯ

4. การวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากทำอย่างไร?

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ ตรวจน้ำอสุจิ ฯลฯ

5. มีวิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากอย่างไรบ้าง?

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น ปรับพฤติกรรม ใช้ยา ผ่าตัด เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (IUI, IVF, ICSI)

6. IUI คืออะไร?

IUI คือ การฉีดอสุจิที่คัดเลือกแล้วเข้าสู่โพรงมดลูก เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาเล็กน้อย หรือไม่ทราบสาเหตุ

7. IVF คืออะไร?

IVF หรือ เด็กหลอดแก้ว คือ การนำไข่และอสุจิมาผสมภายนอกร่างกาย แล้วนำตัวอ่อนไปฝังในมดลูก

8. ICSI คืออะไร?

ICSI คือ การฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาอสุจิรุนแรง

9. Vanita Clinic ดอนเมือง มีบริการอะไรบ้าง?

Vanita Clinic ให้บริการด้านสูตินรีเวชครบวงจร เช่น ตรวจรักษา วางแผนครอบครัว รักษาผู้มีบุตรยาก ฯลฯ

10. ติดต่อ Vanita Clinic ได้อย่างไร?

💭 ทักแชท m.me/100086536400472

💬 Line : @‌vanitaclinic (มี@) หรือกด https://lin.ee/SZilE2C

☎️ TEL : 063-263-2929

🌐 Website: https://www.vanitaclinic.com

📍 Location: https://g.co/kgs/PG1v1bT